นาซ่าพบจุดน้ำแข็งบนดาวอังคาร ล๊อคเป้าเป็นที่ตั้งอาณานิคมมนุษย์

เทคโนโลยี่

เตรียมพร้อมอีก 4 ปีจะส่งคนไปดวงจันทร์และไปต่อดาวอังคาร โดยคาดจุดน้ำแข็งด้านซีกเหนือเหมาะ ต่อการใช้ชีวิต ทั้งปลูกพืช ใช้น้ำ และผลิตเชื้อเพลิงได้ โดยต้องศึกษาในทุกฤดูกาลว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุ “นาซาเผย #ลายแทง ใต้พื้นผิวดาวอังคาร ระบุตำแหน่งของ #น้ำแข็ง ซึ่งอาจจะเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดสำหรับส่งมนุษย์ไปเยือน!

โดยในปี พ.ศ. 2567 นาซามีโครงการที่จะส่งมนุษย์กลับขึ้นไปดวงจันทร์อีกครั้ง เพื่อจะส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารเป็นลำดับต่อไป แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะไปตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณใดบนดาวอังคารกันแน่

จนล่าสุดมีงานวิจัยตีพิมพ์ใน Geophysical Research Letters เรื่องแผนที่การกระจายตัวของน้ำแข็งที่ระดับความลึก 2.5 เซนติเมตรภายใต้พื้นผิวดาวอังคารได้ ซึ่งจะเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญสำหรับการเลือกตำแหน่งที่จะส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารในอนาคต

นักวิทยาศาสตร์คาดว่า บริเวณใดที่พบน้ำแข็งนั้นย่อมเหมาะสมต่อการส่งมนุษย์ไปอยู่อาศัย เนื่องจากสามารถเพาะปลูก ใช้อุปโภคบริโภค และผลิตเชื้อเพลิงจรวดได้

นาซาเรียกแนวคิดนี้ว่า “In-Situ Resource Utilization” ซึ่งเป็นเกณฑ์การพิจารณาหลักในการเลือกพื้นที่ลงจอดของยานบนดาวอังคาร งานวิจัยข้างต้นเก็บข้อมูลร่วมกับยาน MRO (Mars Reconnaissance Orbiter) และยานมาร์สโอดิสซี (Mars Odyssey) ที่โคจรรอบดาวอังคาร

น้ำแข็งใต้ผิวดาวอังคารคือเป้าหมายใหญ่ในการค้นหา

น้ำแข็งที่อยู่ใต้พื้นผิวดาวอังคารส่วนมากจะอยู่บริเวณละติจูดปานกลางของดาว บริเวณอื่นก็มีการค้นพบเช่นเดียวกันแต่อาจไม่มากเท่า เช่น ยานฟีนิกซ์ขององค์การนาซาเคยศึกษาและขุดพบน้ำแข็งที่อยู่ใต้พื้นผิวที่ขั้วดาวอังคารมาแล้ว

นอกจากนี้ ยานอวกาศ MRO ที่โคจรรอบดาวอังคารก็สามารถบันทึกภาพขณะที่อุกกาบาตพุ่งชนพื้นผิวดาวอังคารแล้วขุดน้ำแข็งเหล่านี้ขึ้นมาหลายต่อหลายครั้ง ดังนั้น จึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับนักบินอวกาศที่จะขุดหาน้ำแข็งบนดาวอังคาร

เนื่องจากยานที่โคจรรอบดาวอังคารทั้งสองลำยังมีเครื่องมือตรวจจับความร้อน ได้แก่ อุปกรณ์วัดสภาพภูมิอากาศ (Mars Climate Sounder) ของยาน MRO และ กล้องถ่ายภาพความร้อน (THEMIS) บนยานมาร์สโอดิสซี ช่วยระบุตำแหน่งของน้ำแข็งใต้ผิวดาวอังคาร

น้ำแข็งที่อยู่ใต้ผิวดาวทำให้อุณหภูมิพื้นผิวของดาวเปลี่ยนไป สามารถตรวจจับได้ในเครื่องมือตรวจจับความร้อน เมื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ตรวจวัดด้วยเรดาร์ หรือศึกษาหลังเกิดการพุ่งชนจากอุกกาบาต รวมทั้งข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัดสเปกตรัมรังสีแกมมาของยานมาร์สโอดิสซีช่วยให้สามารถสร้างแผนที่การกระจายตัวของน้ำแข็งที่ระดับความลึกไม่มากนักได้

ที่ราบต่ำอาร์คาเดีย (Arcadia Planitia) คือพื้นที่ ที่ยานจะลงจอด

บนดาวอังคารมีสถานที่มากมายที่เหมาะต่อการลงจอดของยาน ทั้งบริเวณละติจูดปานกลางของทั้งซีกเหนือและซีกใต้ของดาว เนื่องจากบริเวณนี้มีอุณหภูมิที่อบอุ่นกว่าบริเวณขั้วดาว

แต่นักวิทยาศาสตร์มุ่งความสนใจไปทางซีกเหนือมากกว่า เนื่องจากเป็นพื้นที่ราบเรียบ ทำให้ยานมีพื้นที่ในการชะลอความเร็วเพื่อลงจอดมากขึ้น พวกเขาจึงเลือกพื้นที่ที่เรียกว่า “ที่ราบต่ำอาร์คาเดีย (Arcadia Planitia)” ซึ่งจากแผนที่การกระจายตัวของน้ำแข็งใต้ผิวดาวอังคาร แสดงให้เห็นว่าบริเวณดังกล่าวมีสีฟ้าและสีม่วง หมายความว่ามีน้ำแข็งอยู่ใต้บริเวณนั้นลึกลงไปประมาณ 30 เซนติเมตร บริเวณที่มีสีโทนร้อน (เช่น สีแดง) จะพบน้ำแข็งอยู่ลึกลงไปประมาณ 60 เซนติเมตร ส่วนพื้นที่สีดำ คือ บริเวณที่พื้นผิวดาวเต็มไปด้วยชั้นฝุ่นหนา หากยานลงจอดบริเวณดังกล่าวจะมีความเสี่ยงที่อาจจมชั้นฝุ่นได้ (ดูภาพเพิ่มเติมได้ในคอมเมนต์)

น้ำแข็งใต้พื้นผิวดาวอังคารในแต่ละฤดูกาล คือเครื่องชี้แหล่งทรัพยากรจะมั่งคงหรือไม่

หลังจากนี้ นักวิทยาศาสตร์จะศึกษาน้ำแข็งใต้พื้นผิวดาวอังคารในฤดูกาลที่แตกต่างกัน เพื่อศึกษาว่าแหล่งทรัพยากรมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ต่อไป

ภาพจาก https://www.nasa.gov