แนะไม่ต้องกักตุนอาหาร! บทเรียนน้ำท่วมปี 54 ซื้อมาเหลือเก็บจนต้องทิ้ง

เกาะกระแสโชเชียล

วันนี้ (15 มี.ค. 2563) จากกรณีที่ในโซเชียลมีเดียมีการแชร์ภาพประชาชนจำนวนมากแห่กักตุนสินค้าประเภทข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง และน้ำดื่ม ในห้างค้าปลีกค้าส่งตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ชั้นวางสินค้าแผนกดังกล่าวสินค้าหมดก่อนเวลาปิดให้บริการ

เนื่องจากวิตกกังวลการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่แม้ขณะนี้ประเทศไทยยังเข้าสู่ระยะที่ 2 แต่ประชาชนส่วนหนึ่งไม่อยากออกจากบ้านไปตามสถานที่สาธารณะ โดยเฉพาะไปซื้อของตามห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ตบ่อยครั้ง ขณะที่ส่วนหนึ่งไม่เชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล

เฟซบุ๊กเพจ “ปลั๊กไทย by มหาชะนี” โพสต์ข้อความถึงประสบการณ์การกักตุนอาหาร โดยย้อนไปถึงช่วงมหาอุทกภัยปี 2554 ภรรยากล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารจำนวนมาก เพราะอยู่ประเทศนี้ไม่มีอดอาหารตายแน่นอน หลังน้ำลดอาหารที่กักตุนกลายเป็นภาระที่ต้องบริโภค สินค้าบางชนิดต้องทิ้งเพราะหมดอายุ

ตอนซื้อก็ไม่รู้จะซื้อมาทำไม คิดเพียงแค่ว่าต้องการกักตุน มีบทเรียนจากอาหารแช่แข็ง บางอันกินจนเบื่อแล้วเบื่ออีก กินมากๆ ก็ไม่อร่อย

อีกด้านหนึ่ง นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการสำนักกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า ยืนยันว่า

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ขาดตลาดแน่นอน เนื่องจากกำลังการผลิตมีพอ โดยผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกเจ้ารวมกันมีประมาณ 10-15 ล้านแพ็คต่อวัน ส่วนสต็อกวัตถุดิบมีพอ การกระจายสินค้ายังทำได้ปกติ และมีทางเลือกสำรองอีกหลายช่องทาง ปัจจุบันบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสี่ยงที่พนักงานอาจจะติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุด