โรคหัวใจมีสาเหตุมาจากอะไร อาการเป็นแบบไหน สังเกตได้อย่างไรบ้าง

สุขภาพและความงาม

หัวใจเป็นอวัยวะสำคัญซึ่งทำหน้าที่สูบฉีดเลือด เพื่อลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถทำงานได้เป็นปกติ ซึ่งการป่วยเป็นโรคหัวใจนั้นมาจากหลายสาเหตุ และมีอาการที่สามารถสังเกตได้ดังนี้

สาเหตุของโรคหัวใจ

1.ความดันโลหิตสูง
การที่เรามีความดันโลหิตสูงทำให้หัวใจต้องรับภาระหนักในการสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานติดต่อกันหลายปี มีโอกาสที่จะเป็นโรคหัวใจได้สูงกว่าคนปกติทั่วไป

2.คลอเลสเตอรอลสูง
คลอเลสเตอรอลคือไขมันที่สะสมอยู่ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย หากอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมก็จะไม่เป็นอันตราย แต่หากมีคลอเลสเตอรอลในหลอดเลือดสูงเกินไป ก็จะทำให้เกิดภาวะอุดตันในเส้นเลือด เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้เช่นกัน

3.โรคอ้วน
โรคอ้วนนั้นมักจะพ่วงมาด้วยของแถมต่างๆ ทั้งความดัน เบาหวาน ไขมันที่สูงกว่าคนปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ รวมทั้งโรคหัวใจด้วย

4.โรคเบาหวาน
ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานจะมีโอกาสและความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้มากถึง 30% ผู้ป่วยโรคนี้จึงต้องระวังการกินอาหาร และการใช้ชีวิตอย่างเป็นพิเศษ

5.การสูบบุหรี่
การสูบบุหรี่ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ และอาจทำให้หลอดเลือดตีบตัน หรือเกิดภาวะอุดตันในเส้นเลือดได้ ซึ่งนำไปสู่โรคหัวใจนั่นเอง

อาการของโรคหัวใจ

1.เจ็บหน้าอก
ผู้ป่วยมักจะมีอาการแน่นหน้าอก อึดอัด หายใจลำบาก โดยอาจจะเป็นที่ด้านซ้ายหรือทั้งสองด้านของบริเวณทรวงอก อาจปวดร้าวไปจนถึงแขน คอ หรือกรามคล้ายปวดฟัน และอาจมีอาการเหงื่อออกร่วมด้วย

2.หอบ เหนื่อยง่าย
คืออาการที่มีอัตราการหายใจเร็วมากกว่าปกติ เพราะร่างกายต้องการออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ผู้ป่วยมักจะเหนื่อยง่ายเวลาออกแรงมากๆ หรือออกกำลังกาย บางรายที่เป็นหนักมาก แม้แต่เวลาพักก็จะเหนื่อย นอนราบไม่ได้ เพราะจะไอ ทำให้ต้องหนุนศีรษะให้สูงหรือเปลี่ยนเป็นท่านั่งแทน

3.ใจสั่น
อาการใจสั่นคือการที่หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ไม่เป็นจังหวะ ไม่สม่ำเสมอ คือเต้นๆ หยุดๆ โดยแพทย์จะซักถามอาการและประวัติ เพราะอาการใจสั่นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่เพียงแต่โรคหัวใจอย่างเดียวเท่านั้น

4.ขาบวม
การที่ผู้ป่วยโรคหัวใจนั้นขาบวมเกิดจากหัวใจทำงานผิดปกติ เลือดจากขาไม่สามารถถ่ายเทเข้าสู่หัวใจได้อย่างสะดวก ทำให้เลือดคั่งค้างอยู่ภายในขา จนทำให้ขาบวมนั่นเอง

5.เป็นลมวูบ
อาการเป็นลมวูบนั้นมีได้หลายลักษณะ ทั้งหมดสติไปเลย หน้ามืด ตาลาย มองเห็นภาพไม่ชัดเจน ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งขาดการออกกำลังกาย ไม่สบาย การกินยาลดความดันโลหิต รวมทั้งโรคหัวใจด้วย

ทางที่ดีที่สุดที่จะป้องกันโรคหัวใจคือออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ กินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และไปพบหมดเพื่อตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพียงเท่านี้ก็จะลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจหรือโรคต่างๆ ได้แล้วค่ะ