สศช.โต้ธนาคารโลกยันไทยยากจนปรับตัวดีขึ้น

เรื่องที่น่าสนใจล่าสุด

ธปท. เลื่อนยืนยันตัวตนฝากเงิน CDM ย้ำไม่โยนภาระให้คนใช้บริการเดือดร้อน สศช. โต้ธนาคารโลกอัตราความยากจนไทยดีขึ้นหลังโควิดคลี่คลาย-เศรษฐกิจฟื้น คลังเตือนคนละครึ่งเฟส 5 ใครมีสิทธิ์เหลือรีบใช้ก่อนหมดเขต

เมื่อวันที่ 27 ต.ค.65 นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวถึงขั้นตอนการฝากเงินผ่านเครื่องรับฝากและถอนเงินอัตโนมัติ(CDM)ที่ต้องยืนยันตัวตน ผ่านบัตรเดบิต บัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิตทุกครั้ง ตามพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ศ.2542 ที่ก่อนหน้านี้กำหนดให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.65 ว่า เป็นเรื่องของกฎหมายป.ป.ง. โดยธปท.เข้าใจในสิ่งที่ป.ป.ง.ทำ โดยหน้าที่ของ ธปท. ที่ต้องทำคือ ร่วมกับหน่วยงานภายใต้การกำกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อหาวิธีอื่นมารองรับเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะใช้รูปแบบใดแทนการเสียบบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตยืนยันตัวตนเพื่อฝากเงินที่ตู้ CDM ทำให้ได้หารือกับปปง.และสรุปว่า เลื่อนมีผลบังคับใช้ออกไปก่อน ภาระประชาชนจึงยังไม่เกิดขึ้น

ขณะที่วิธีที่มีข้อเสนอคือการใช้บัตรประชาชนในการยืนยันตัวตนที่ตู้ CDM แทนการใช้บัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต เนื่องจากทุกคนมีบัตรประชาชนอยู่แล้ว แต่การใช้บัตรประชาชนยังมีเรื่องความเสี่ยงหากบัตรหาย และต้องเปลี่ยนระบบที่ตู้ CDM ส่งผลให้ต้นทุนธนาคารสูง จึงอาจส่งผ่านไปประชาชนไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ซึ่งอาจไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมที่สุดและตอบโจทย์ดีที่สุด อีกทั้งยังวิธีอื่นเช่น ใช้โมบายแบงก์กิ้งแอพพลิเคชั่นธนาคาร หรือคีย์เลขบัตรประชาชน และอาจมีการยืนยันด้วย OTP กลับมา ซึ่งสุดท้ายต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ก่อน

ด้าน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ตามรายงานของธนาคารโลก “Thailand Rural Income Diagnostic: Challenges and Opportunities for Rural Farmers” เมื่อวันที่ 20 ต.ค.65 ระบุถึงความยากจน ความแตกต่างกันของความยากจนระหว่างพื้นที่ และสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำของรายได้ในประเทศไทยนั้น สภาพัฒน์จึงขอชี้แจงถึงข้อเท็จจริงว่าจากสถานการณ์ความยากจนและผลกระทบของโควิด-19 สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เศรษฐกิจของไทยหดตัวอย่างรุนแรง โดยในปี 63 หดตัวถึง 6.2% และส่งผลให้ผู้ว่างงานมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 6.5 แสนคน อย่างไรก็ตามในปี 64 สถานการณ์ความยากจนปรับตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว โดยสัดส่วนคนจนลดลงมาอยู่ที่ 6.32% หรือมีคนจนเหลือเพียง 4.4 ล้านคน

หากพิจารณาเปรียบเทียบในกลุ่มภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก จากข้อมูลที่ปรากฏในฐานข้อมูลของธนาคารโลก พบว่า ไทยมีความเหลื่อมล้ำด้านรายได้สูงเป็นอันดับ 4 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยนั้น เศรษฐกิจไทยในปี 2562 ขยายตัว 2.2% ชะลอตัวลงจาก 4.2% ในปีก่อนหน้า โดยเป็นผลมาจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก อันเนื่องมาจากมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก โดยเฉพาะสหรัฐฯ และจีน และในปี 2563-2564 เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจทั่วโลกรวมถึงเศรษฐกิจไทย

ทั้งนี้รัฐบาลได้มีการดำเนินมาตรการ เพื่อลดกระทบและเยียวยาผู้ที่ได้ผลกระทบจากการแพร่ระบาด อาทิ โครงการเราชนะ โครงการ ม.33 เรารักกัน และโครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ อีกทั้งยังรวมไปถึงการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมฯ วงเงินไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท และ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมฯ เพิ่มเติม พ.ศ.2564 วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้แก่ประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค รวมทั้งมาตรการต่างๆ ซึ่งมีส่วนสำคัญยิ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศให้ปรับตัวดีขึ้น

วันเดียวกัน กระทรวงการคลัง แจ้งเตือน ประชาชนที่ได้รับสิทธิ โครงการคนละครึ่งเฟส 5 www.คนละครึ่ง.com สามารถใช้จ่ายได้ถึงวันที่ 31 ต.ค. ระหว่างเวลา 06.00 – 22.59 น. ผ่านทางแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง”