เผยวงจรอุบาทว์ “รับจ้างท้อง” ราคา 4-6 แสนบาท/คน – ไม่รู้ชะตากรรมเด็กหลังคลอด

ข่าวด่วนวันนี้

จากปฏิบัติการ ในเช้าวันที่ 13 ก.พ.63 ของกองบัญชาตำรวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) พร้อม กำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน เข้าตรวจค้น 10 จุด เพื่อจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 10 หมาย ที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับขบวนการอุ้มบุญ ที่เป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

จุดใหญ่ ที่บ้านหรูภายในซอยนาคนิวาส 37 เขตลาดพร้าว กทม. พบตัว นายจ้าวหลาน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า” พร้อมหญิงสาว ที่มารับจ้างอุ้มบุญ 7 คน

ขณะเดียวกัน ชุดคอมมานโด ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักภายในซอยทาวน์อินทาวน์ 9 บ้านเลขที่ 1647 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบ้านขนาดใหญ่ สูง 4 ชั้น เปิดเป็นอาคารสำนักงาน พบบริเวณชั้น 2 และ 3 ถูกแบ่งเป็นห้องพักฟื้นรวม 7 ห้อง ภายในห้องที่อยู่บริเวณชั้น 2 พบ ทารกเพศหญิงอายุประมาณ 4 เดือน อยู่ภายในห้อง

ขณะที่มีชายในบ้าน อ้างว่าเป็นลูกของตนเอง แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อจึงให้นำหลักฐานมาแสดง ก่อนที่จะประสานกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาตรวจสอบ และนำตัวเด็กพร้อมพี่เลี้ยงเด็ก ไปดูแลที่บ้านพักเด็กกรุงเทพ

อีกจุด เข้าตรวจค้นอาคารที่พักสูง 4 ชั้นห่างจากอาคารสำนักงานประมาณ 200 เมตร ลักษณะเป็นห้องพักคล้ายโรงแรม พบหญิงสาวอีก 6 คน บางคนยอมรับว่าเพิ่งได้รับการฝังตัวอ่อนเข้าไปในครรภ์ โดยจะใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1 เดือน และมีการดูแลอย่างดี ก่อนที่จะให้กลับไปพักยังบ้านเกิดเพื่อรอกำหนดคลอด โดยได้ค่าจ้างรายละ 400,000 ถึง 600,000 บาท

ทางด้าน พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ระบุว่า จากการแกะรอยเส้นทางของขบวนการนี้ พบว่า ทำมาตั้งแต่ปี 2555 โดยจะมีนายหน้ามาติดต่อหญิงสาวเพื่อรับอุ้มบุญ หรือรับจ้างตั้งครรภ์ ตกลงราคาตั้งแต่ 4-6 แสนบาท หากเป็นลูกแฝดจะได้มากกว่านี้

“เมื่อใกล้ครบกำหนดคลอด ก็จะเดินทางไปคลอดที่ประเทศจีน และตัวแม่เด็กก็จะเดินทางกลับมาเพียงลำพัง ซึ่งจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการประสานผ่านช่องทางต่างประเทศไปยังทางการจีนว่า เด็กที่คลอดจากแม่อุ้มบุญไปอยู่ที่ไหนอย่างไร” พล.ต.ต.วรวัฒ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สถานที่ตรงนี้เป็นแหล่งรับอุ้มบุญ โดยจะจัดทำในลักษณะเป็นกรุ๊ปทัวร์ชาวต่างประเทศ เดินทางเข้ามายังในประเทศไทยเพื่อทำการผสมตัวอ่อน แล้วจะตรวจหาแม่อุ้มบุญที่มีดีเอ็นเอใกล้เคียง เพื่อนำไปฝังตัวอ่อนในโรงพยาบาล ภายหลังมีการฝังตัวอ่อนแล้ว จะนำตัวแม่อุ้มบุญมาดูแลยังสถานที่พักฟื้น ที่จัดเตรียมไว้ให้เป็นอย่างดี จนกระทั่งตัวอ่อนฝังภายในครรภ์ แม่อุ้มบุญก็กลับไปอุ้มท้องดูแลตัวเองและเด็กในครรภ์ที่บาน เมื่อครบกำหนดคลอดก็จะนำแม่อุ้มบุญเดินทางไปคลอดยังต่างประเทศ