พ่อแท้ๆ ข่มขืนลูกในไส้จนท้อง บังคับทำแท้งทุกวิธี สุดท้ายฉีดแอลกอฮอล์จนแท้ง

ข่าวด่วนล่าสุดวันนี้

วันนี้ (20 พ.ค. 2563) ร.ต.อ.พัฒนพงษ์พันธ์ บุษบง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.1 บก.สส.ภาค 5 พร้อมชุดจับกุม ได้นำตัวผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดลำพูน เป็นชายอายุ 38 ปี ชาว ต.อุโมงค์ อ.เมืองลำพูน ซึ่งถูกแจ้งดำเนินคดีข้อหากระทำชำเรา (ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเอง) บุคคลอายุไม่เกิน 13 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย และที่ได้ติดต่อมอบตัวช่วงหัวค่ำ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำพูน เมื่อ 21.15 น.ที่ผ่านมา (19 พ.ค.)

คดีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังตัวแทนมูลนิธิสายเด็กซิ่งได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากนางสาวกอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เมื่อ 11 พ.ค.ว่า ถูกนายชาติ (นามสมมติ) ที่เป็นพ่อแท้ๆ ข่มขืนกระทำชำเราตั้งแต่ปี 54 ขณะอายุได้ 11 ขวบ เรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 4 เรื่อยมา กระทั่งปี 2555 พ่อถูกจำคุกในคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่น ออกจากเรือนจำมาปี 2559 ก็กลับมาข่มขืนอีกครั้ง เท่าที่จำได้ถูกกระทำรวมประมาณ 12 ครั้ง ในระยะเวลาประมาณ 8 ปี

และได้ตั้งท้องเมื่อเดือนสิงหาคม 2562 แต่ท้องได้ 6 เดือน ก่อนแท้งลูกในวันที่ 25 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา โดยวิธีการบังคับทำแท้ง ครั้งแรกพ่อให้ดื่มยาสตรีเบนโลแต่ลูกไม่ออก ครั้งที่ 2 ได้ซื้อยามาเหน็บ แต่ลูกก็ยังไม่ออก ครั้งที่ 3 นายชาติได้ซื้อแอลกอฮอล์มาแล้วใส่เข็มฉีดยาแล้วฉีดเข้าอวัยวะเพศ 6 ครั้ง จนแท้งลูกในที่สุด จากนั้นนางสาวกอ (นามสมมติ) ได้ตัดสินใจแจ้งขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิสายเด็กซิ่ง จนมีการช่วยเหลือนำเข้าแจ้งความและพาไปดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจที่มูลนิธิฯ

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมอารมณ์รุนแรง เคยถูกจับจำคุกในคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่น และทะเลาะกับภรรยาบ่อยครั้งจนหย่าร้างกัน แล้วอดีตภรรยาไปมีครอบครัวใหม่ ส่วนลูกสาว (นางสาวกอ-นามสมมติ) ก็ไปๆ มาๆ อยู่กับพ่อ (ผู้ต้องหา) บ้าง อยู่กับแม่บ้าง แต่ถ้าหากลูกสาวไปอยู่กับแม่นานผู้ต้องหาก็จะโทรศัพท์ข่มขู่ว่าถ้าไม่มาอยู่กับพ่อก็จะฆ่าทิ้งทั้งแม่ทั้งลูกรวมถึงสามีใหม่ของแม่ด้วย ทำให้ลูกสาวอยู่ในภาวะจำยอมต้องกลับไปอยู่ด้วยแล้วก็ถูกผู้เป็นพ่อแท้ๆ ข่มขืนกระทำชำเราต่อเนื่องจนตั้งท้องแล้วบังคับทำแท้งจนสำเร็จดังกล่าว

กระทั่งนางสาวกอ ซึ่งเป็นลูกสาวแท้ๆ ของผู้ต้องหาทนพฤติกรรมนี้ไม่ไหว ได้แชตข้อความผ่านเฟซบุ๊กของมูลนิธิสายเด็กซิ่ง ร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือ เมื่อมูลนิธิฯ ดังกล่าวส่งคนมาตรวจสอบข้อมูลก็พบว่าเป็นความจริง จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ จ.ลำพูน และส่งตัวแทนรับตัวนางสาวกอไปอยู่ในความดูแล และแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน หลังจากนายชาติทราบว่าลูกสาวได้ไปแจ้งความและถูกพาตัวไปก็ออกตามหาพร้อมทั้งโทรศัพท์ไปข่มขู่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง

พนักงานสอบสวนเห็นว่าบุคคลนี้อาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กและเป็นอุปสรรคในการสืบสวนสอบสวนในด้านคดี และยังเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอศาลจังหวัดลำพูนเพื่อออกหมายจับเมื่อช่วงสายของวันที่ 19 พ.ค. 2563


จากนั้น พ.ต.อ.พัฒนพงษ์ ขำแก้ว ผกก.สภ.เมืองลำพูน ได้อำนวยการชุดสืบสวนนำกำลังไปตรวจสอบที่ทำงานของผู้ต้องหา ทราบว่าขับรถส่งของแต่ไม่พบตัว จึงกระจายกำลังไปเฝ้าที่บ้านพัก บ้านญาติ บ้านเพื่อน ต่อมาช่วงค่ำที่ผ่านมาผู้ต้องหารู้ตัวว่ามีตำรวจมาถามหา มาติดตามตัว จึงได้โทรศัพท์ติดต่อตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 เพื่อขอมอบตัวโดยบอกว่าตนเองมีหมายจับจะขอมอบตัว

เจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 จึงได้นัดหมายมอบตัวกันที่หน้าห้างขายเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่ง ริมถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง เขตรอยต่อระหว่าง ต.อุโมงค์ อ.เมืองลำพูน-ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปสอบสวนทำบันทึกจับกุมตรวจสอบหมายจับ ก็พบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับที่ศาลจังหวัดลำพูนได้ออกหมายจับไว้ จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำพูน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ต้องหายังคงให้การภาคเสธตลอดข้อกล่าวหา