เริ่มไล่ล่า! อินเตอร์โพลออก “หมายแดง” ล่าอดีตประธานนิสสัน หนีคดี “โคตรโกง” ข้ามทวีป

ข่าวล่าสุดรอบโลก - ข่าวต่างประเทศ

รายงานข่าวล่าสุด บีบีซี รายงานวันที่ 3 ม.ค.63 ว่า ทางการเลบานอนได้รับหมายแดง จาก องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (อินเตอร์โพล) ซึ่งออกประกาศตามจับ นายคาร์ลอส กอส์น อดีตประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ วัย 65 ปี ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง ให้ข้อมูลรายที่เป็นเท็จ และยักยอกเงินบริษัทกว่า 550 ล้านบาท หลังหลบหนีออกจากญี่ปุ่นไปยังตุรกี และโผล่ปลายทางที่เลบานอน เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2562 ท่ามกลางความสงสัยว่านายกอส์นรอดพ้นการจับตาของตำรวจญี่ปุ่น รวมถึงเจ้าหน้าที่สนามบินได้อย่างไร

ขณะเดียวกันทางการตุรกีแถลงจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการหลบหนีของนายกอส์น เป็นนักบิน 4 คน ผู้จัดการบริษัทขนส่งสินค้า 1 คน และเจ้าหนาที่สนามบินอีก 2 คน

ก่อนหน้านี้ นางแอกเนส แปงนีเยร์-รูนาแชร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐกิจฝรั่งเศส กล่าวว่าหากนายกอส์นซึ่งถือหนังสือเดินทางฝรั่งเศส หลบหนีเข้ามาในประเทศ ทางการจะไม่ส่งตัวให้กับญี่ปุ่น เนื่องจากทั้งสองประเทศไม่มีข้อตกลงส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

แม้รัฐบาลฝรั่งเศสเชื่อว่านายกอส์นไม่ควรหลบหนีจากกระบวนการยุติธรรมของญี่ปุ่น และไม่ควรมีใครอยู่เหนือกฎหมาย แต่นายกอส์นถือสัญชาติฝรั่งเศส และทางการจึงจำเป็นต้องปฏิบัติต่อนายกอส์นเช่นเดียวกับพลเรือนฝรั่งเศสคนอื่นๆ

ก่อนหน้านี้ เมื่อ 1 ม.ค.63 เดลีเมล์ รายงานเหตุการณ์อื้ออึงส่งท้ายปี เมื่อนายคาร์ลอส กอส์น อดีตประธานบริษัท นิสสัน วัย 65 ปี ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงเขย่าวงการรถยนต์ญี่ปุ่น แอบหนีออกจากญี่ปุ่นไปโผล่ที่ประเทศเลบานอนได้อย่างน่าตกตะลึง ก่อให้เกิดข้อสงสัยและคำถามมากมายว่า นายกอส์นหลบหนีจากบ้านพักที่มีตำรวจจับตาไปจนขึ้นเครื่องบินได้อย่างไร

สื่อเลบานอนรายงานว่า นายกอส์น ผู้มีความสูง 173 เซนติเมตร ใช้วิธีซ่อนตัวในกล่องเครื่องดนตรีเบส ขนาดยาว 1.8 เมตร โดยมีอดีตนักรบกองกำลังพิเศษจากเลบานอนปลอมตัวเป็นคณะนักดนตรีแบกออกมาจากงานเลี้ยงอาหารค่ำที่นายกอส์นจัดขึ้น และเชื่อว่าแผนหนีอันแยบยลนี้ มาจากนางแคโรล ภรรยาของนายกอส์น

หลังจากกลุ่มนักรบแบกนายกอส์นออกมาจากบ้านแล้ว จึงตรงไปยังสนามบิน เพื่อพานายกอส์นขึ้นเครื่องบินเล็กไปยังนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นไม่พบพิรุธระหว่างที่กลุ่มนักรบแบกอุปกรณ์ดนตรีหลายชิ้นขึ้นเครื่องเมื่อเครื่องบินแวะที่ตุรกีแล้ว นายกอส์นนั่งเครื่องบินต่อไปยังกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ถิ่นเก่าที่นายกอส์นเติบโตมาและได้สัญชาติเลบานอน ซึ่งนายกอส์นถือพาสปอร์ตทั้งของบราซิล เชื้อชาติของตนเอง ฝรั่งเศส และเลบานอนนายกอส์นที่เคยเป็นถึงผู้บริหารใหญ่ของค่ายรถเรอโนลต์–นิสสัน–มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ถูกขังอยู่นานเกิน 3 เดือนตั้งแต่เดือนพ.ย.2561 กระทั่งศาลอนุญาตให้ประกันตัวด้วยวงเงิน 1 พันล้านเยน หรือราว 270 ล้านบาท และมีกำหนดไต่สวนคดีที่ศาลเดือนเม.ย.2563

นายริคาโด คาราม เจ้าของสถานีโทรทัศน์เลบานอน และเพื่อนนายกอส์น กล่าวว่า นายกอส์นอยู่ที่บ้านแล้ว หลังจากผจญภัยครั้งใหญ่มา ส่วนเพื่อนอีกคนเผยว่า นายกอส์นอยู่ที่บ้านในเลบานอนกับภรรยา ครอบครัว และเพื่อนแล้ว เขามีความสุขมากที่ได้เป็นอิสระ

นายกอส์นถูกกล่าวหายักยอกเงินสดของนิสสัน 550 ล้านบาท ไปซื้อบ้านที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส กรุงเบรุต ประเทศเลบานอน และนครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล พร้อมซื้อบ้านหรูเพนต์เฮ้าส์ มูลค่า 106 ล้านบาทในกรุงโตเกียว

นายจุนอิริโต ฮิโรนากะ ทนายของนายกอส์น แสดงอาการแปลกใจที่ลูกความหนีไปได้ทั้งที่ถูกยึดพาสปอร์ตทั้งสามชาติ พร้อมเผยด้วยว่า นายกอส์นหนีไปเพราะไม่เชื่อมั่นในกระบวนการศาลของญี่ปุ่น