อสูรกายอิคิดนา ( Echidna )

อสูรร้ายในตำนาน

– อีคิดนา ( Echidna ) เป็นชื่อของนางอสูรกายที่ไม่ค่อยมีบทบาทมากนักในจำนวนอสูรกายที่ออกอาละวาดในยุคตำนานเทพเจ้ากรีก เพื่อให้บรรดา วีรบุรุษอย่าง เฮอร์คิวลิส ( Hercules ) ออร์ฟุส ( Orpheus ) หรือ ธีซีอัส ( Theseus ) ได้แสดงความสามารถ

– แต่สาเหตุที่ชื่อเสียงของอสูรกายตนนี้เป็นที่ปรากฎหรือได้รับการกล่าวถึง ก็เพราะนางเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดอสูรกายที่โด่งดังถึง 6 ตัว อันได้แก่ มังกรสองร้อยตาลาดอน (Ladon ) สฟิงซ์ ( Sphinx ) อสูรกายคนครึ่งนก ไฮดรา ( Hydra ) อสูรกาย 9 หัว อสูรกายราชสีห์ นีเมียน ( Nemean ) ไคเมร่า ( Chimera ) อสูรกายซึ่งมีหัวเป็นสิงโต แพะ และงู เซอร์เบรัส ( Cerberus ) สุนัข 3 หัว

ประวัติความเป็นมาของอีคิดนา

– กีอา ( Gaea ) หรือพระแม่ธรณีผู้เป็นมเหสีของ อูรานอส เจ้าแห่งสวรรค์ ในยุคแรกๆ ได้ให้กำเนิดโอรสกลุ่มแรก 12 องค์ คือกลุ่มเทพ ไททัน ( Titan ) ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่มีรูปร่างสูงใหญ่และสง่างาม อันได้แก่

1. เทพบุตร โอเชียนัส ( Oceanus )

2. เทพบุตร ซีอัส ( Ceus )

3. เทพบุตร ครีอัส ( Creus )

4. เทพบุตร ไฮเพอร์เรียน ( Hyperion )

5. เทพบุตร ไอแอพิทัส ( Lapetus )

6. เทพบุตร โครนัส ( Cronus ) หรือ แซทเทิร์น ( Saturn )

7. เทพธิดา อิเลีย ( Ilia )

8. เทพธิดา รีอา ( Rhea )

9. เทพธิดา ธีมีส ( Themis )

10. เทพธิดา ธีทีส ( Thetis )

11. เทพธิดา เนโมซินี ( Nemosyne )

12. เทพธิดา ฟิปิ ( Phoebe )

– อูรานอสเกิดความเกรงกลัวในความยิ่งใหญ่ของพระราชบุตร พระราชธิดาแห่งพระองค์ จึงได้จับขังไว้ใน ทาร์ทะรัส ( Tartarus ) หรือ หลุมลึกใต้บาดาล

– ต่อมาเทพ อูรานอส และพระนางกีอาได้ให้กำเนิดบุตรอีก 3 องค์คือ บรอนทีส ( Brontes ) เทพอสูรฟ้าร้องหรือฟ้าลั่น สเทอร์อโรฟิส ( Steropes ) เทพอสูรฟ้าแลบ และ อาร์จีส ( Arges ) เทพอสูรแห่งสายฟ้าหรือแสงสว่าง ซึ่งทั้ง 3 เป็นเทพบุตรอสูรยักษ์ตาเดียว เรียกรวมกับว่า ไซคลอปส์ ( Cyclops )

– ไม่นานักพระนางกีอาก็ได้ให้กำเนิดบุตรอีก 3 องค์คือ คอตทัส ( Cottus ) เบรียรูส ( Briareus ) แลพไกจีส ( ( Gyges ) ซึ่งเป็นเทพอสูรที่อูรานอส ไม่ ปราถนา เพราะแต่ละองค์มีห้าสิบ เศียร ร้อยกร ทั้งสามจึงถูกจับโยนไปในทาร์ทะรัสเช่นเดียวกับกลุ่มเทพอสูรไซคลอปส์

– กีอาพระแม่ธรณีบังเกิดความแค้น จึงเนรมิตเคียวจากหินเหล็กไฟขึ้นเล่มหนึ่ง ประทานให้แก่เทพไททัน ( ฝ่ายชาย ) ทั้ง 6 เพื่อให้ใช้ต่อกรกับพระบิดา แต่เทพไททันต่างบังเกิดความเกรงกลัว ยกเว้นดครนัสซึ่งเป็นน้องสุดท้องเพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่กล้าต่อกร เมื่อได้รับชัยชนะจึงได้ครองตำแหน่งเจ้าแห่งจักรวาล ต่อจากบิดา โดยแต่งตั้งเทะธิดารีอา ( พี่สาว ) เป็นพระมเหสีและให้พี่น้ององค์อื่นๆ ครองตำแหน่งต่างๆ ในสวรรค์

– ก่อนตาย อูรานอส สาป โครนัสไว้ว่า จะถูกบุตรของตนโค่นบลลังค์เช่นเดียวกัน ดังนั้น โครนัสจึงจับ บรรดาโอรสเทพธิดากลืนลงไปในท้องของตน พระแม่ธรณีกีอา ไม่พอในที่ โครนัสไม่ปล่อยน้องๆของตนคือเหล่ายักษ์ไททัน จึงคิดจะช่วยให้คำสาปของ อูรานอสเป็นจริงโดยให้นางรีอา นำโอรสองค์สุดท้อง คือ ซีอุส ไปซ่อนไว้ และนำผ้าห่อก้อนหินให้ โครนัสกลืนลงท้องแทน

– ต่อมาเมื่อซีอุสสามารถโค่นบัลลังค์ของโครนัสได้สำเร็จ จึงปลดปล่อยเทพอสูรออกมาจากทาร์ทะรัส แต่พวกกลุ่มเทพไททันได้แบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายที่อยู่ข้าง ซีอุสได้ช่วยทำสงครามสู้รบกับต่อต้านจนซีอุสชนะและได้จับกลุ่มที่ต่อต้าน ไว้ในทาร์ทะรัสเช่นเดิม ทำให้พระแม่ธรณีทรงพิโรธจึงให้กำเนิดอสูรกาย ที่น่ากลัวสองตนคือ ไทฟอน ( Typhon ) และ อีคิดนา ( Echidna )

– ไทฟอนนั้นเป็นอสูรกายร้อยหัว แม้น้ำตาของมันก็เต็มไปด้วยพิษ มีลาวาใหลออกจากปาก เสียงดังราวสิงโตสักร้อยหัว หัวของมันสูงจรดท้องฟ้า ส่วนอีคิดนานั้นร่างกายส่วนบนเป็นหญิงสาวสวย ร่างกายท่อนล่างเป็นงูขนาดมหึมา และได้ให้กำเนิดเหล่าอสูรกายอีก 6 ตัวดังกล่าวไว้ข้างต้น เมื่อเทพเจ้าซีอุส สังหารอสูรกายไทฟอนแล้ว พระองค์ทรงไว้ชีวิตนางอสูรกายอีคิดนาและลูกๆไว้เพื่อทดสอบความสามารถของเหล่าวีรบุรุษในอนาคต

– ต่อมา อีคิดนาได้ถูกสังหารโดนอสูรกายอาร์กัส พาน็อบตีส ( Arfus Panoptes ) ซึ่งเป็นอสูรกายที่พระนองเฮรามเหสีของซีอุสเลี้ยงไว้