ต้นสูงมาก! “อนุทิน” ชง “ลำปาง” เป็นเมืองกัญชานำร่อง เร่งดันปลูกได้บ้านละ 6 ต้น

Exclusive เรื่องที่น่าสนใจล่าสุด

(30 ม.ค.64) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยแพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ ภายใต้โครงการ “สัมมนากัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ปีการผลิต 2564 Crop 2” สุดสัปดาห์นี้ ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรอินทรีย์เพชรลานนา ต.แม่สุก อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง

นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ที่นำคณะร่วมต้อนรับระบุว่าจังหวัดลำปางพร้อมที่จะเป็นจังหวัดนำร่องเรื่องกัญชา เพราะขณะนี้มีสถานพยาบาลที่ใช้กัญชาในการรักษาแล้วรวม 144 แห่ง จึงอยากให้เร่งอนุมัติเรื่องการปลูกกัญชาให้กับชาวบ้านเพื่อใช้ในการรักษาโรค

ด้านนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวรายงานและนำเสนอผลการดำเนินงานขับเคลื่อนการปลูกกัญชานำร่องเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ Crop 1 ซึ่งได้ส่งกัญชาให้กับกรมการแพทย์แผนไทยฯ รอบที่ 1 ไปแล้วพบปัญหาหลายอย่าง และกัญชาเกิดความเสียหายจำนวนมาก

สำหรับการปลูกครั้งที่ 2 เป็นพันธุ์ผสม และพันธุ์จากรุ่นแรกที่ปลูกก่อนหน้านี้ เน้นการวิจัยปลูกนอกโรงเรือน แบ่งแปลงออกเป็น 2 ส่วน รวมประมาณ 2,000 ต้น ส่วนแรกปลูกตามปกติใช้แสงธรรมชาติ และอีกแปลงเป็นการวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อเป็นการศึกษาวิจัยเรื่องการเจริญเติบโตของพืชกัญชา โดยการใช้แสงไฟช่วยจะสังเกตุว่า แปลงที่ใช้แสงไฟช่วยในเวลากลางคืนลำต้นกัญชาจะสูงมาก

ทั้งนี้นายประพัฒน์ได้ขอให้ทางรัฐมนตรีฯเร่งเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้ปลูกกัญชาได้เพื่อประโยชน์ในการรักษาและสามารถสร้างเป็นรายได้

ขณะที่นายอนุทิน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้บรรยายพิเศษ เรื่อง กัญชาประโยชน์ทางการแพทย์ พร้อมเปิดเผยว่าจะเร่งผลักดันให้ประชาชนสามารถปลูกกัญชาไว้รักษาโรคได้โดยเร็ว อย่างน้อยบ้านละ 6 ต้น และในอนาคตประชาชนจะสามารถสร้างอาชีพและมีรายได้จากกัญชาได้ และอยากฝากถึงหน่วยงานที่จะอนุมัติระเบียบต่างๆว่า อย่าไปเคร่งครัดในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวกัญชา เพราะจะทำให้การขออนุญาตยุ่งยากและประชาชนจะเข้าไม่ถึง

โอกาสนี้นายอนุทิน ได้ลงมือตัดดอกกัญชาที่ได้ที่แล้ว เพื่อเป็นการเริ่มต้นการส่งมอบดอกกัญชาให้กับกรมการแพทย์แผนไทย นำไปใช้เป็นส่วนผสมของยาแผนไทยต่อไป

แหล่งข่าว https://mgronline.com/local/detail/9640000009383