ตะเคียนสะอื้น

ประสบการณ์สยองขวัญ

ตอนนั้นผมเรียนหนังสือและทำงานไปด้วย งานที่ทำก็คือเก็บสมุนไพร มีเพื่อนร่วมงานคือ แดง ศักดิ์ และลุงเศียร สามคนเป็นผู้ออกป่า ส่วนผมมักเฝ้าบ้าน คอยเก็บสมุนไพรใส่ซอง
และถือโอกาสเข้าป่าบ้างบางวัน  ป่าที่ไปเก็บก็เป็นป่าทางจังหวัดยะลาใกล้ชายแดนมาเลเซีย แถบนั้นเป็นป่าดงดิบ เขียวขจีตลอดทั้งปี

เช้าตรู่เมื่อวานนี้ เพื่อนร่วมงานทั้งสามคน ออกเดินทางไปทำงานเช่นเคยโดยไม่ได้บอกว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ ตลอดทั้งวันผมนั่งง่วนอยู่กับการเก็บสมุนไพรใส่ซอง จนกระทั่งค่ำก็ยังไม่มีวี่แววว่าพวกเขาจะกลับมา ผมรู้สึกเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องอยู่เฝ้าบ้านคนเดียว เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีเหตุการณ์ร้ายใดๆ เลย

หลังอาหารมื้อค่ำแล้ว ผมก็อ่านหนังสือจนเริ่มง่วง เลยมองไปที่หน้าต่างภาพที่เห็นก็คือเกล็ดน้ำค้างยามเมื่อต้องแสงจันทร์งามดุจเกล็ดเงินแพรวพราย คืนนั้นพระจันทร์เต็มดวง สายลมโชยพากลิ่นดอกซ่อนกลิ่นหอมชื่นใจ เสียงลมพัดมาผ่านต้นสนจนเกิดเสียง หวิวๆ มาแต่ไกลๆ ยิ่งทำให้ความง่วงนั้นเพิ่มขึ้นไปอีก

ทันใดนั้น กลอนประตูบ้านชั้นล่างลั่นโครมจนตกใจ คงเป็นเพราะแรงลม น่าประหลาดตรงที่ตอนขึ้นมา ได้สำรวจเรียบร้อยแล้วว่าทุกอย่างปกติ แต่ไม่แน่อาจประสาทหลอนหลงๆ
ลืมๆก็ได้ ถึงอย่างไรผมก็เดินไปดูถึงประตูที่มีเสียงเปิด กลิ่นกุหลาบป่าปนกลิ่นดอกไม้ป่าโชยมาอีก บางครั้งรุนแรงจนน่าเวียนหัว บางครั้งก็หอมรวบระรื่นใจ พอเอื้อมมือจะดึงประตูปิด กลิ่นกุหลาบก็พุ่งมาอย่างแรงเหมือนใครหอบเดินผ่านหน้าไป จนต้องเหลียวตามไปดูแต่ว่างเปล่า….. เสียงนกหากินกลางคืนส่งเสียงบินผ่านไป

หลังจากปิดประตูด้วยอาการงงๆ ผมก้าวขึ้นบันไดสู่ห้องนอนช้าๆ แต่เหมือนมีสิ่งผิดปกติ เมื่อมองดูที่พื้นก็พบว่ามีกลีบกุหลาบโรยเป็นทางสู่ห้องนอน ใครเอามาโรยไว้

พอถึงประตูห้องนอน ผมได้กลิ่นกุหลาบเรื่อยๆมาอีก แล้วแรงขึ้นเหมือนกับจ่อที่ปลายจมูกจนเผลอดมเข้าไปเต็มปอด เมื่อถึงประตูห้อง ต้องตกใจตะลึงตัวแข็งถึงกลับถอยหลังกลับ มีอะไรบางอย่างผิดปกติ ความกลัวเกิดขึ้นโดยฉับพลัน มือซ้ายกุมหลวงพ่อทวดที่คล้องคอพยายามสั่งให้ขาตัวเองก้าวให้พ้น แต่ก้าวไม่ออก

หน้ากระจกบานเล็ก หญิงสาวในชุดขาวกำลังยืนหวีผมด้วยกิริยาแช่มช้อย เธอหันหลังให้ สะโพกกลมกลึง มองได้งดงามนัก พื้นมีกลีบกุหลาบโรยทั่วห้อง มีเสียงสะอืนเบาๆ จากเธอ นั้นตลอดเวลา เธอเลิกหวีผม แล้วก้มลงเก็บดอกกุหลาบที่พื้นด้ายท่าทีนิ่มนวลเหมือนเดิม ช่วงที่เธอหันหน้ากลับขณะเก็บดอกกุหลาบ ผมเห็นเธอมีคราบน้ำตาไหลอาบแก้ม เหมือนว่าเธอรู้ว่ามีคนยืนดูอยู่ที่ประตู เธอหันหน้ามา ดวงตาเธอเศร้าหมอง แต่ซ่อนอำนาจไว้เหลือเกิน

เพียงชั่วครู่ดวงตานั้นได้เปลี่ยนเป็นกร่ำกร้าวแดงเหมือนโกรธขึ้ง จ้องมาที่ผม แต่นั่นเป็นเพียงอึดใจเท่านั้น ก็กลับคืนสู่สภาพอ่อนโยนตามเดิม ดูเป็นช่วงที่ยาวนานเหลือเกิน
ผมภาวนาให้ภาพนี้เป็นเพียงความฝัน อย่าให้มันเป็นจริงเลย ช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกินปากคอ คิ้ว คางงามไปทุกส่วน แต่ในภาวะเช่นนี้ มันเป็นภาพที่น่ากลัวเกินกว่าจะน่าชม ภาพ
สุดท้ายที่เห็นคือเธอยิ้มเศร้าๆให้กับผม ซึ่งก็จำไม่ได้ว่าผมยิ้มตอบเธอไปหรือเปล่า

แล้วร่างนั้นก็ค่อย จางหายไป คล้ายกลุ่มควัน ไม่เหลือแม้แต่กลีบกุหลาบ

ทุกคนกลับมาในวันรุ่งขึ้น ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง จนวันที่เราต้องกลับจังหวัด ลุงแกเล่าว่า บ้านหลังนั้นปลูกคร่อมตอตะเคียนและบ้านนั้นส่วนหนึ่งก็มีไม้ตะเคียนส่วนหนึ่งด้วย
แล้วแกยังบอกอีกว่า ผมน่ะโชคดีที่น้อยคนจะได้เห็นนางตะเคียนเศร้า ส่วนมากเขามักจะเจอแบบอาละวาดกัน ผมขนลุกซู่ โชคดีอย่างที่ลุงเศียรแกว่าแน่นอน แต่โชคดีแบบนี้ ผมไม่ขอมีบ่อยๆหรอกครับ